วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

Miss Call สยองขวัญ






เช้าวันอาทิตย์กลางเดือนพฤศจิกายนนี่เอง จู่ๆ ขณะซักผ้าอย่างเพลิดเพลิน เปิดวิทยุฟังเพลงไปด้วยนั้น ฉันก็คิดถึงโสภิตาขึ้นมาอย่างรุนแรง!

โสอยู่กลุ่มเพื่อนของฉัน ตอนเรียนมหาวิทยาลัยเมื่อ 20 กว่าปีก่อน เมื่อเรียนจบต่างคนก็ต่างไป เราไม่เคยติดต่อกันเลยหลังจากนั้น จริงอยู่ ฉันไม่เคยลืมเธอ แต่ก็ไม่เคยคิดถึงแม้แต่นึกถึง แล้วทำไมวันนี้ฉันเกิดคิดถึงเธอจังเลย

ภาพเก่าๆ ผุดขึ้นมาชัดเจนราวกับวันวาน ฉันถึงกับวางมือจากเครื่องซักผ้า เงยหน้ามองฟ้าที่เป็นสีน้ำเงินใส...ป่านนี้เธอทำอะไรและอยู่ที่ไหนนะ? แต่งงานหรือว่าโสด มีลูกกี่คน?

วูบหนึ่งฉันใจหายนิดๆ คุณเคยเป็นอย่างฉันหรือเปล่าไม่ทราบ เวลาที่เราคิดถึงใครสักคนทั้งๆ ที่ไม่เคยคิดถึงมาตั้งนาน เขาคนนั้นมักมีอันเป็นไป ฉันเคยมีประสบการณ์แบบนี้มา 3-4 ครั้งแล้ว นึกได้อย่างนี้ฉันก็รู้สึกไม่ค่อยดี โสภิตาเป็นอะไรไปรึเปล่านะ? เอ...เห็นจะต้องหาทางติดต่อถามข่าวคราว ซึ่งคงต้องถามกับสมาคมศิษย์เก่าละมัง? เขามีที่อยู่แน่ๆ

...และแล้วเสียงโทรศัพท์ในบ้านก็ดังขึ้น ฉันรีบเช็ดมือกับผ้าแห้ง ขณะที่ลูกชายวัยรุ่นโผล่หน้ามาบอกว่า เป็นโทรศัพท์ของฉันเอง

ใช่แล้วค่ะ คุณเดาถูก! โสภิตาโทร.มา น่าอัศจรรย์ไหมล่ะคะ กระแสจิตคนเราช่างแรงจริง ฉันบอกถึงความอัศจรรย์นี้กับโสภิตาทันที

"ฉันกำลังคิดถึงเธออยู่ แปลกนะอยู่ดีๆ ก็คิดถึง" ฉันบอก เธอหัวเราะเสียงใส...อย่างน้อยฉันก็โล่งอกล่ะค่ะที่โสภิตายังสบายดี ไม่ได้มีอันเป็นไปร้ายแรงอะไร เธอบอกเล่าเก้าสิบว่าหลังจากเรียนจบก็ไปต่างประเทศ มีสามีเป็นชาวฝรั่งเศสก็เลยปักหลักอยู่ทางโน้น นานๆ จะกลับมาเยี่ยมเมืองไทยซะที คราวนี้เธอเพิ่งกลับมาได้สองอาทิตย์แล้ว และจะอยู่ถึงปีใหม่...เธอคิดถึงเพื่อนเก่าๆ เพราะจัดบ้านเจออัลบั้มภาพสมัยเรียนหนังสือ

"เมื่อกี้โทร.ไปบ้านอ้อม เขายังใช้เบอร์เก่าอยู่เลยนะ" โสภิตา บอกด้วยเสียงร่าเริง

อ้อมไหน? อ้อมวนิดาน่ะเหรอ?! ฉันใจหายวาบ ก็เธอตายไปแล้วนี่นา! ตายไปเมื่อสองปีก่อน ฉันยังไปงานศพเลย!

"คุยกันสนุกเชียว อ้อมบอกว่าคิดถึงเธอมาก ฝากบอกด้วย เธอสองคนไม่ได้เจอกันเหรอจ๊ะ?"

ฉันอึกอัก มือเย็นเฉียบ นี่โสภิตาล้อฉันเล่นรึเปล่า? แรงไปหน่อยนะ! "โส...อ้อมไม่อยู่แล้วนะ! เป็นมะเร็งที่ปอด เสียไปเมื่อสองปีก่อน..."

"อยู่สิ เขายังไม่ไปไหนสักหน่อย เรานัดกันจะไปหาเธอที่บ้านค่ำนี้!"

โทรศัพท์แทบหลุดจากมือ ฉันตกตะลึง ขณะเดียวกันสายก็หลุดไปซะงั้น...ปลายทางเงียบกริบ ไม่มีแม้แต่เสียงแมวกรน ฉันขยับปลั๊ก เสียงครืด...ยาวๆ กลับมา แต่ไม่มีเสียงแจ้วๆ ของโสภิตาอีกต่อไป

ฉันสับสน งงงัน แล้วสักพักก็มือไม้สั่นเทา ขณะหยิบมือถือมากดเบอร์ของแหววเพื่อนรักอีกคนที่พบกันในงานศพอ้อมนั่นแหละเป็นครั้งสุดท้าย

...ข่าวที่ได้จากแหววทำให้ฉันเข่าอ่อนยวบ หน้ามืดจะเป็นลมซะให้ได้

โสภิตาที่ฉันพูดด้วยตะกี้น่ะ แหววบอกว่าเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะเพื่อนอีกคนเพิ่งส่งข่าวร้ายมาบอกว่า เธอรถคว่ำตายที่ฝรั่งเศสพร้อมสามีเมื่อไม่กี่วันก่อนนี้เอง!

แหววตื่นเต้นตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับฉันหยกๆ เธอขนลุกไปหมดแล้ว ไม่อยากจะเชื่อ แต่มันเกิดขึ้นจริงๆ ฉันรู้สึกเหมือนหลับวูบแล้วละเมอฝันไป...แต่ฉันไม่ได้หลับ ลูกชายที่รับโทรศัพท์เป็นพยานได้

เราวุ่นวายกันทั้งบ้านเลยค่ะ ทั้งฉันเอง ลูกชาย สามีและคุณแม่สามี เราถกเถียงกันเรื่องนี้ และสันนิษฐานว่าอาจมีใครแกล้ง แต่มันเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ เรื่องเป็นเรื่องตายนี่ถ้าแกล้งหลอกแกล้งอำกัน มันก็ใจร้ายใจดำ อำมหิตไปหน่อยล่ะ!

คืนนั้น...ทันทีที่พลบค่ำ ตะวันตกดิน ฉันถึงกับจับไข้ รู้สึกหนาวจนตัวสั่น...คำที่ว่าโสภิตากับอ้อมนัดกันจะมาหาฉันยังแว่วอยู่ในหู...

คุณแม่สามีให้ฉันจุดธูปบอกกล่าวเพื่อนให้ไปสู่สุคติ ไม่ต้องมาหา จะทำบุญไปให้

ฉันจุดธูปบอกศาลพระภูมิด้วยความหวาดกลัว ว่าอย่าให้วิญญาณ ทั้งสองนี่เข้ามานะ! ถึงจะเป็นเพื่อนแต่ฉันก็กลัวใจจะขาด ไม่เป็นอันทำอะไรเลยค่ะ กลัวกันทั้งบ้าน...แต่คืนนั้นก็ผ่านไปด้วยดี...

ไม่มีแม้แต่ความฝันที่น่าสะพรึงกลัวใดๆ

อย่างไรก็ตาม นึกถึงทีไรดิฉันก็สยองจนขนหัวลุก ไม่น่าเชื่อว่าประโยคธรรมดาๆ ที่ว่าจะมาหาที่บ้าน มันจะน่าหวาดหวั่นขนาดนี้...น่ากลัวที่สุดในชีวิตฉันเลยละค่ะ!

ที่มา เรื่องจากทางบ้าน





ที่มาจาก   http://www.shockfmclub.com

ห้องดับจิต




นั้น "หมอหนุ่ม" ต้องเข้าเวรตอนกลางคืน ซึ่งเป็นหน้าที่ของหมออินเทอร์น(หมอฝึกหัด) ทุกคน มิหน้ำซ้ำยังต้องอยู่ตึกเก่าอีกต่างหาก(แย่เลย) ตึกเก่าของโรงพยาบาลเป็นตึกสูงเพียง 5 ชั้นเท่านั้น

เวลาประมาณเที่ยงคืน หมอหนุ่มพร้อมพยาบาลที่อยู่เวรด้วยกันจะต้องขึ้นไปเดินดูความเรียบร้อยของ ผู้ป่วยบนชั้น 4 และชั้น 5 ซึ่งเป็นส่วนที่พักของผู้ป่วยในเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะต้องกลับลงไปนั่งประจำที่ห้องตรวจชั้น 1

หลังจากตรวจผู้ป่วยห้องสุดท้ายแล้ว พยาบาลต้องอยู่ช่วยทำความสะอาดผู้ป่วยที่อาเจียนรายหนึ่ง หมอหนุ่มจึงเดินไปลงลิฟท์จากชั้น 5 เพียงลำพัง

หน้าลิฟท์...เวลาเที่ยงคืนครึ่ง
หมอหนุ่มเดินมาถึงหน้าลิฟท์ เจอ "ป๋อง" บุรุษพยาบาลคนหนึ่งกำลังรอลิฟท์อยู่ ป๋องหันมาทักหมอหนุ่มว่า "อยู่เวรคืนนี้เหรอครับ หมอ" หมอหนุ่มตอบว่า "ใช่ ป๋องด้วยเหรอ" ป๋องยังไม่ทันได้ตอบ พอดีลิฟท์เปิด หมอหนุ่มกับป๋องเลยรีบเดินเข้าไปในลิฟท์ และกดลงชั้น 1

ลิฟท์เลื่อนลงชั้น 4 ....ชั้น 3.... "ตรึ๊ง" ลิฟท์จอดที่ชั้น 3
ประตูลิฟท์เปิด........หน้าลิฟท์มีผู้ชายแก่ผมเป็นสีดอกเลาใส่ชุดผู้ป่วยในของโรงพยาบาลยืนอยู่
ขณะนั้นเอง ป๋องกระโจนไปกดปุ่ม "ปิด" ทันที กดซ้ำ ๆ จนกระทั่งลิฟท์ปิดก่อนลุงคนนั้นจะเข้ามาได้ หมอหนุ่มหันไปถามว่า "เฮ้ย! ป๋องทำไมไม่ให้ลุงเข้ามาละ"
ป๋องหันมามองหน้าหมอแล้วพูดว่า "หมอ..ไม่เห็นที่ข้อมือลุงนั่นหรือครับ"
"เห็นอะไร" หมอหนุ่มชักใจไม่ดี
"ป้ายที่ผูกข้อมือนะหมอ มันเป็นป้ายของห้องดับจิต ขืนให้เข้ามาก้อซวยนะสิ"
"ฮ้า!!!" หมอหนุ่มขนลุกซู่ไปทั้งตัว แต่ยังไม่ทันจะได้ถามต่อ
เสียง "ตรึ๊ง"ก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ลิฟท์จอดชั้น 1 แล้ว

พอประตูลิฟท์เปิด หมอหนุ่มก็รีบเผ่นออกมาทันที แล้วหันไปมองป๋องที่ยังอยู่ในลิฟท์ แล้วถามว่า "อ้าว ป๋องไม่ออกมาเหรอ" ป๋องไม่ตอบ เพียงแต่มองและยิ้มให้หมอหนุ่มพร้อมกับยกมือขึ้นโบกลากับหมอในขณะที่ประตู ลิฟท์ค่อย ๆ ปิด

สิ่งสุดท้ายที่หมอหนุ่มจำได้ในคืนนั้นก็คือ ที่ข้อมือของบุรุษพยาบาลที่ชื่อป๋อง มีป้ายผูกข้อมือเหมือนลุงคนนั้นไม่มีผิดเลยยยยยย

ตอนเช้า....หมอหนุ่มจึงได้รู้ว่า "ป๋อง" เกิดอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซด์คว่ำ และนำศพมาเก็บไว้ที่ห้องดับจิตของโรงพยาบาลเมื่อตอนกลางวัน ซึ่งหมอหนุ่มไม่ได้เข้าเวรจึงไม่รู้เรื่องนี้

คุณ ๆ ว่า ป๋องมาหลอกหมอหนุ่ม หรือมาช่วยหมอหนุ่มกันแน่



ที่มาจาก  http://www.shockfmclub.com

วิญญาณหารัก



ดิฉันเป็นลูกหลานคนจีน โดยแท้จริง เติบโตที่ภาคใต้ ส่วนใหญ่คนบ้านดิฉันรับจ้างทำงานทั่วไป ไม่ว่าจะงานก่อสร้าง ถ่างป่า หรือกรีดยาง แต่เหตุการณ์ที่ดิฉันจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับญาติของดิฉันคนหนึ่งซึ่งเขาไม่ค่อยเชื่อเรื่อง ผี เห็นเป็นเรื่องไร้สาระ ผลสุดท้ายเขาเกือบเอาตัวไม่รอด ญาติของดิฉันคนนี้มีชื่อเล่นว่า นุ อายุก็ราว 16-17 ปี รุ่นเดียวกับดิฉัน กำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่น สมัยนั้นหมู่บ้านแห่งนี้ไม่ค่อยเจริญ บ้านของนุก็เหมือนกันไม่มีไฟฟ้าใช้เหมือนตอนนี้ เมื่อนุเรียนจบ ป.6 จากโรงเรียนในหมู่บ้าน นุคิดอยากเรียนต่อจึงไปเรียนศึกษาผู้ใหญ่รอบค่ำในอำเภอ กลางวันจะได้มีเวลาช่วยพ่อแม่ทำงาน แต่ระยะเดินทางจากบ้านไปโรงเรียนก็ราว 20 กว่ากิโลเมตร แต่นุยังโชคดีหน่อย ที่เขายังมีรถเครื่องเก่า ๆ อยู่คันหนึ่งไว้ขี่ไปโรงเรียนทุกวัน หลังจากเลิกเรียนแล้วนุก็ชอบไปเที่ยวบ้านเพื่อนต่อกลับมาถึงบ้านตี 2 เกือบตี 3 ทุกวัน

....มีอยู่วันหนึ่งเป็นช่วงหน้าฝน คืนนั้นฝนตกทั้งคืน นุก็ยังคงไปเรียนศึกษาผู้ใหญ่ในตัวอำเภอเหมือนเดิม หลังจากเลิกเรียนแล้วคืนนั้นนุไปเที่ยวบ้านเพื่อนต่อจนเวลา 02.00 น. จะกลับบ้าน แต่เพื่อนของนุเห็นฝนยังตกไม่หยุด จึงชวนนุค้างที่บ้าน แต่นุปฏิเสธพร้อมกับบอกว่า "ระยะทางไม่ไกลหรอก เรากลับจนชินแล้ว หลับตาเรายังขี่ได้ เรื่องกลับบ้านแค่นี้เรื่องเล็ก ขอให้วางใจเถอะ" เมื่อน�
��พูดอย่างนี้ เพื่อนของเขาก็ส่วยหัวกับความดื้อรั้นของนุ แล้วเขาคงไม่รู้ว่าเดือนก่อนตรงบริเวณก่อนถึงหลักกิโลเมตรที่ 2 ซึ่งมีศาลาพักร้อนอยู่ข้างทาง มีผู้หญิงสาวสวยรุ่นราวคราวเดียวกับนุอกหักจากแฟนผูกคอตายที่ป้ายนี้ เมื่อเธอตายแล้ว วิญญาณของเธอก็ไม่ยอมไปไหน วนเวียนอยู่ที่นี่ คอยหลอกคนนั้นคนนี้ที่ผ่านมา จนคนแถวนั้นกลัว แต่นะไม่รู้มาก่อน และนึกไม่ถึงว่าผียังมีอยู่ในโลก คิดว่าคนเราตายไปแล้วทุกคน เมื่อถูกเผาก็กลายเป็นเถ้าธุลีไป

....คืนนั้นนุกลับบ้านดึก เพราะติดฝนตก ตำลังขี่รถจะพ้นตัวอำเภอไปเลย จนถึงบริเวณป้ายหลักกิโลเมตรที่ 2 ก็มีผู้หญิงสาวสวยมายืนโบกรถอยู่ เมื่อนุเห็นจึงหยุดรถแล้วถามผู้หญิงคนนั้นว่า "น้องจะไปไหน มายืนตากฝนอยู่ที่นี่ไม่หนาวหรือ" ผู้หญิงคนนั้นก็ตอบว่า "น้องคิดจะกลับ แต่ไม่มีรถพี่ช่วยไปส่งหน่อยได้ไหม" นุจึงรับอาสาส่งผู้หญิงคนนั้นที่บ้านนุได้ถอดเสื้อเจ็กเก็ตที่เขาใส่ให้กับ ผู้หญิงคนนั้นเมื่อเห็นเธอหนาวจนสั่น แต่คำพูดของผู้หญิงคนนั้นเยือกเย็นชอบกลแต่นุก็ไม่ได้สนใจคิดว่าเธอหนาว ตลอดทางที่ผู้หญิงคนนั้นนั่งรถเขามาก็ไม่คอยพูด มีแต่นุเท่านั้นที่ชวนคุยตลอดทาง

...จนมาถึงทางเข้าหมู่บ้าน กม.7 ผู้หญิงสาวคนนั้นก็บอกให้นุหยุดรถ บอกถึงบ้านแล้ว "ส่ง..แค่..นี้..พอ..แล้ว..พี่..ไม่..ต้อง..ส่ง..บ้านหรอก" หญิงสาวคนนั้นชี้ให้นุเห็นหลังคาบ้าน พร้อมบอกว่า "หลัง..กลัว..แม่..ด่า..ส่ง..แค่

 

ที่มาจาก    http://www.shockfmclub.com

วิญญาณในห้องน้ำ





ผมขี่รถมอเตอร์ไซค์หรือที่คน ต่างจังหวัดเรียกมันว่ารถเครื่องนั่นแหละ ผมเป็นคนต่างจังหวัดก็ขอเรียกมันว่ารถเครื่องก็แล้วกัน เพิ่งกลับมาจากที่ทำงาน บังเอิญปวดท้องมากๆ สงสัยกินมะขามที่เพื่อนร่วมงานเอามาฝากมากเกินไป ผมรู้จักสถานที่แถวๆนี้เป็นอย่างดี เพราะผมผ่านทุกวัน

สงสัยคงต้อง แวะห้องน้ำข้างๆวัดข้างหน้านี้ซะแล้ว ไปอีกไม่ไกลหรอก เป็นทางผ่านระหว่างทางกลับบ้านพอดีว่าแล้วผมก็ขี่รถเครื่องไปแวะที่ห้องน้ำ ข้างๆวัดที่อยู่ตรงหน้าผม ผมจอดรถเอาไว้พร้อมดึงเอากุญแจรถไปด้วย เดินเข้าไปในห้องน้ำสาธารณะข้างวัดทันที

ห้องน้ำตรงนั้นมีอยู่ 2ห้องติดกัน อยู่ในที่เปลี่ยวพอสมควร เพราะไม่มีทั้งไฟ ไม่มีทั้งผู้คน รถก็ไม่ค่อยผ่านมา นานๆทีจะมีมาซักคัน รอบๆห้องน้ำเต็มไปด้วยพุ่มไม้ และต้นไม้ใหญ่

ผมไม่รอช้า รีบเข้าไปอุจจาระทันที ห้องน้ำข้างวัดก็อย่างนี้แหละ ค่อนข้างสกปรกพอสมควร แมงมุม และจิ้งจกก็อยู่ในนั้น ผมอุจจาระจนเสร็จโชคร้าย น้ำไม่ไหล!!

โชค ยังดีที่ผมเอากระดาษทิชชู่มาด้วย อยู่ในตะกร้าหน้ารถผม ผมดึงกางเกงขึ้นแล้วเดินไปเอากระดาษหน้ารถมา ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้งก็สังเกตเห็นประตูห้องน้ำอีกห้อง ข้างๆห้องที่ผมเข้าปิดอยู่ แสดงว่ามีคนกำลังเข้าห้องน้ำอีกห้องหนึ่งอยู่

ผม เข้าไปเช็ดอุจาระออกจากก้นให้เรียบร้อย จากนั้นเดินกลับมาที่รถ น่าแปลก! ห้องน้ำอีกห้องสามารถใช้น้ำได้ ผมได้ยินเสียงน้ำไหลมาจากห้องน้ำห้องนั้น

ผม ไม่ได้สนใจอะไรหรอก ขึ้นค่อมรถเตรียมกลับบ้าน แต่ดูเหมือนผู้ใช้ห้องน้ำอีกห้องกำลังต้องการความช่วยเหลือ ผมได้ยินเสียงผู้หญิงมาจากห้องนั้น เหมือนกับกำลังพยายามเรียกว่ามีใครอยู่ข้างนอกบ้าง

ผมได้ยินลางๆ ไม่ชัด เสียงเบาเกินไป แต่รู้สึกได้ว่าเป็นเสียงผู้หญิงกำลังต้องการความช่วยเหลือ ผมเดินไปเคาะประตูถาม 

ที่มาจาก  http://www.shockfmclub.com

เรื่องผี ถ่ายติดวิญญาณ



มิถุนายน ปี 2008 ที่ผ่านมา ไปเที่ยวทะเลกันครับ เลี้ยงส่งเพื่อนๆที่ได้ทุนไปเมืองนอก หรือบางคนบ้านรวย พ่อแม่ส่งไปเรียนเมืองนอกเลย (ผมเรียนนานาชาตินะครับ วันปิดมันจะเหลื่อมๆกับ รร รัฐบาลอยู่)

แยกกันไปสองคันครับ คันแรกเป็นรถตู้ เพื่อนผมขับ คันที่สองเป็นรถพ่อผมเอง ผมขับเอง รถผมก็มีแฟน มีเพื่อนผมอีกสองคน ขาไปไม่มีอะไรครับ แต่ตอนจะพักที่บังกะโล

บังกะโลที่ผมจะต้องอยู่กัน เกิดมีปัญหาหลังคารั่วครับ แต่โชคดีที่ไปเจอที่ใกล้ๆกัน ห่างกัน 100-180เมตร คนละเจ้าของกัน ก็จัดการจองเสร็จสรรพ แล้วผมก็ไปกะเพื่อนผมที่เป็นคนท้องถิ่น ไปซื้อของมาทำกินกัน ระหว่างทาง มันก็ถามผมว่า พักกันแถวไหน พอผมให้คำตอบไป มันก็อึ้งครับ แล้วก็ไม่พูดอะไร

ตอนกลางคืน ก็ไปปิ้งกันที่บ้านหลังแรก ที่ๆผมควรจะได้พัก พอปิ้งของกินกันจนอิ่มแล้ว ด้วยความที่ผมเห่อกล้อง Sony Handycam Hi8 กากๆ ตอนปิ้งของ ตอนกิน ตอนเดินกลับผมก็ถือถ่ายไปทั่วครับ เปลี่ยนเทปไปสองม้วน (ม้วนละ 120min)

ผมก็ออกไปเดินกันสี่คน เอากล้องถ่ายไปเรื่อยๆ ไม่ได้เปิด บังกะโลแถวนั้นก็มีคนอยู่ตามปกติครับ เห็นมีฝรั่งออกมายืนดูดบุหรี่หน้าห้องมั่ง ผมเลยเอากล้องหันไป แล้ว say hello เค้าก็กวนๆผมกลับนะ ฮาดี บางหลังเป็นผัวเมียทะเลาะกันก็มีนะ เลยไม่ยุ่ง เดินๆไป ผมก็เดินกลับไปถึงบ้านที่ผมพัก

ตกกลางคืนได้ยินเสียงไล่เคาะประตูห้อง สักพัก ได้ยินเสียงเหมือนคนใช้นิ้วรูดม�
��้งลวดครับ กลัวมาก แต่ก็พยายามหลับจนได้ ตอนเช้า ก็ถ่ายรอบๆบ้านไว้ก่อนกลับ แล้วก็ไปถ่ายวิดิโอหมู่กันที่บ้านหลังที่ผมพักครับ

กลับมาที่บ้าน กรอเทป กะจะดูสักหน่อย เดี๋ยวจะอัดเป็น DVD ส่งให้เพื่อนๆ ปรากฏว่า เทปม้วนแรก ส่วนแรกที่ผมถ่ายตอนเพื่อนๆผมปิ้งของ กินข้าว ปกติครับ แต่พอเข้าท้ายๆม้วนแรก ซึ่งต้องเป็นส่วนที่ผม say hello กับฝรั่ง ปรากฏว่า ผม say hello กันกับพวกตัวเอง โดยที่ไม่มีเสียงตอบกลับมา และภาพในนั้นก็คือบ้านมืดๆ ไม่มีคนอยู่ และเทปม้วนที่สอง จังหวะที่เปลี่ยนเทป ก็เข้าบ้าน ทำไรตามปกติครับ แต่เท่าที่สังเกตุ ม้วนนี้ชอบมีปัญหาเรื่องการ Tracking ครับ (กล้องมันพยายามแทรคสัญญาณตอนเล่นตลอด)

และส่วนสุดท้าย ตอนที่ผมถ่ายรอบๆบ้านที่ผมพัก ไม่ค่อยชัดเจนครับ ภาพมันเบลอ บางส่วนก็สีรั่ว+Noise เยอะมาก คิดในแง่ดือคือเทปเน่า แต่ในแง่ร้ายคือ กรูถ่ายติดผีแน่นอน ท้ายสุด ที่ผมถ่ายวิดิโอหมู่กัน แรกสุด ใช้กล้องเปิดดูกับทีวีก็ปกติ เพราะภาพมันเบลอๆ และเน่าเป็นระยะ แต่พอใช้เครื่องเล่น Hi8 ของเพื่อนมาอ่านเทปแทนกล้องตัวเอง เห็นชัดเลยว่า ตรงหน้าต่าง มีเงาผู้หญิงยืนอยู่แล้วโบกมือบายๆให้ (มารู้ทีหลังว่าที่ๆผมไปพัก เคยมีผัวเมียฝรั่งฆ่ากันตาย โดนฆ่าชิงทรัพย์บ้าง ฆ่าตัวตาย ในตอนนั้นคนไต้หวันหรือฮ่องกงไม่รู้ โดนคู่ขาฆ่าหมกเพดาน)

สยองไปอีกนานครับ เป็นไปได้ ตอนนี้ถ้าเป็นไปได้ ขอไปเช้าเย็นกลับดีกว่า



ที่มาจาก    http://www.shockfmclub.com

วิญญาณ ผีบ้านผีเรือน






เรื่องนี้เกิดที่บ้านเช่าแม่ผมเมื่อ 20 กว่าปีก่อนคับ

วันนั้นแม่ผมไม่สบายขึ้นนอน ไปตั้งแต่เย็น ตัวผมก็อยู่กับแม่ข้างบน แล้วประมาณ สองทุ่ม หรือสามทุ่มประมาณนั้น ก็ได้ยินพี่สาวกลับมาบ้าน ก็ไม่ได้

เอะใจอะไร ก็คิดว่าคงหาอะไรกินตามปกติ จนประมาณครึ่งชั่วโมงผ่านไป พี่สาวได้เดินขึ้นมาข้างบนบ้าน เห็นผมกำลังดูทีวี และแม่ก็นอนอยู่ พี่ผมก็เลย

สงสัยคับ ถามผมว่า แม่ขึ้นมาทำไมหลับไวจัง ผมก็งงเช่นกัน เลยถามพี่กลับไปว่ามีไรเปล่า ตอนนั้นผมเห็นพี่ผมหน้าซีดละ เลยถามใหญ่เลย จนพี่ผมเล่า

ให้ผมฟังว่า มะกี้ตอนเขากลับมา เขาบอกแม่ว่าหิวข้าว แม่ก็เลยทอดไข่ให้เขากิน แล้วพี่ก็ถามผมว่า สรุปแม่ได้ลงไปข้างล่างมั้ย ผมได้แ
ต่ส่ายหน้าคับ

เหอๆ นี่ประสบการณ์ครั้งแรก

อยู่มาวันนึง บ้านหลังเดิม แม่ปวดท้องไปหาหมอมา หมอให้ยามาบอกโรคกระเพาะธรรมดา กินยาก็หาย สรุปคืนนั้นแม่ผมนอนหลับ แม่บอกว่ามียาย

คนนึง มาบอกแม่ผมว่า "หนูๆ อย่านอนตะแคงไปข้างนั้นนะ รีบตื่นเดี๋ยวนี้แล้วไปโรงพยาบาล ไส้ติ่งกำลังจะแตก" แม่ผมก็ตื่นมา ก็เลยไปโรงบาลกัน พอ

เจอหมอ แม่ผมบอกหมอว่า ไส้ติ่งจะแตก หมอ งง ดิคับ หมอถามกลับมาเลย คุณรู้ได้ไงว่าเป็น เขาทำเสียงแบบไม่เชื่อ แม่ผมเลยด่าหมอไป จนหมอ

ตรวจวินิจฉัยเรียบร้อย ผ่าตัดคืนนั้นเลย นอนโรงบาลอยู่หลายวัน จึงกลับบ้านได้ เล่าให้หมอฟังหมอก็ยังช้อค หากผีบ้านผีเรือนไม่ช่วย แม่ผมคงเสียไป

นานแล้วคับ โชคดีมากๆเลย





ที่มาจาก  http://www.shockfmclub.com

เจอวิญญาณผีตายโหง เพื่อนพี่สาว




เมือปีพ.ศ.2537 หลังคุณตาเสียได้ประมาณ2เดือนก็ได้มีเหตุที่ทำให้ผมต้องเจอผี รอบที่ 2แต่ ผีที่ว่าเป็นวิญญาน ผีของเพื่อนพี่สาว ชื่อ พี่สี

เรื่องมีอยู่ว่า
หลังจากคุณตาเสียได้ 1เดือน ที่โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม วันนั้น พี่สีและพี่เล็กกำลังขับมอไซค์กลับบ้านด้วยกัน ระหว่างทางเห็นพี่สาวผม กำลังเดินกลับบ้านขึ้นรถเมล์ ก็จอดแล้วพูดว่าโอเล่ขึ้นรถมอไซค์กลับบ้านด้วยกันสิ พี่สาวบอกว่าเออไม่กลับไปด้วยหรอกวันนี้จะกลับพร้อมน้องชาย(พี่ฮอลล์)เธอพา แดง

กลับไปด้วยสิ แล้วพี่เล็กพี่สีพี่แดงก็ขี่มอไซค์กลับไปด้วยกัน พอมาถึงตรงต้นโพธิ์หน้าโรงเรียน พี่เล็กขับรถเสียหลัก ทั้ง 3คนก็ตกจากรถมอไซค์แต่เคราะห์ร้ายพี่สีคอตกลงพื้นก่อนแล้วกคอพี่สีก็หัก พอดีโรงพยาบาลอำเภออยู่แถวนั้นก็พาไปที่โรงบาลแต่ หมอบอกว่าพี่สีกระดูกคอหัก หมอก็เลยให้เจ้าหน้าที่ไปส่งที่ร.พ.ศรีสะเกษ

พอไปถึงโรงพยาบาล หมอก็ทำการรักษา มาที่บ้านผม พี่สาวผมรู้ข่าวก็เสียใจร้องให้ใหญ่อยู่ตรงบันไดบ้าน ผมก็เห็นพี่สาวร้องแต่ไม่รู้ร้องให้เรื่องอะไรรู้ว่าพ่อไปด่าพี่สาวว่า อีหอกมึงจะร้องทำพระแสงอะไรว่ะ พ่อด่าพี่สาวว่าไม่ไปช่วยขนข้าวของเข้าบ้าน ร้องให้เรื่องอะไรไม่รู้

พี่สาวบอกว่าพี่สีคอหัก ผมก็งงแล้วพี่สีเป็นอะไรคอหักผมไม่ได้ถามแค่ได้ยินจากพ่อพูดกับพี่โอเล่ พอพ่อได้ยินพี่โอเล่พูดเท่านี้พ่อก็ไม่ด่าพี่โอเล่อีก วันต่อมา พี่แดง มาบอกพี่โอเล่ว่าสี ฟื้นแล้วพี่สาวก็ดีใจมากๆ แล้วยังบอกอีกว่าได้คุยกันอยู่บ้านแต่เจ็บคออยู่ พอพี่สีกลับบ้าน

ตอนกลางคืนพี่สาวผมร้องอีกรอบ 2 เพราะพี่สีได้เสียชีวิตแล้วทั้งที่ตอนเช้ายังคุยกับพี่แดงอยู่เลย งานศพของพี่สีผมไม่ได้ไปร่วมงานกับเขาเพราะพี่สีอยู่คนล่ะหมู่บ้านแต่อยู่ หมู่บ้านกล้กัน ตอนที่เขาเอาศพพี่สีกลับมา ญาติๆของเขาไม่มีใครกล้าใส่เสื้อให้ศพสักคนเพราะกลัวพี่ตายโหง

แต่พี่สาวผมเป็นคนสวมใส่ให้เองใ�
�่ไปร้องให้ไป
เพราะพี่สาวผมสนิทกับพี่สีเป็นอย่างมาก ในวันบรรจุศพฝังพี่สี เขาได้เคลื่อนขบวนศพมาที่ป่าช้าหลังโรงเรียนเขาไม่ไปบรรจุศพฝังที่วัดเพราะ ความเคยชิน

ในสมัยก่อนเขาจะฝังที่ป่าช้า ปัจจุบันมีเมรุแล้วก็เผ่าฝังที่วัด พอดีตรงที่ขบวนศพผ่านมา มาผ่านตรงห้องเรียนชั้นล่างของผม ชั้นป3ทับ1อาจารย์กำลังสอนอยู่ ผมก็เห็นขบวนผ่านมา ก็ไม่สนใจฟังอาจารย์สอนหนังสือ ก็ชะโงกดูขบวนศพ อาจารย์เห็นผม ไม่สนใจฟังอาจารย์ก็เลย

ลงโทษให้ผม ออกจากห้อง แล้วพูดว่าถ้าอยากดูก็รีบไปดูเลย ผมดีใจมากก็เลย ไปเลย พอดูเสร็จก็กลับมาเรียนต่อแต่เรื่องมีอยู่ว่า

หลังจากนั้นผ่านไป 1เดือน วันหนึ่งผมกับเพื่อน 6คนไปเล่นใกล้ป่าช้าหลังโรงเรียน อยู่เพื่อนคนหนึ่งเอาน้ำขี้โคลน ลาดใส่ผมผมก็โกรธมาก ผมก็เลยด่าชื่อพ่อแม่มันตามประสาเด็กๆ อาลาบาน ผมก็ขึ้นไปล้างโคลนที่สระน้ำหลังโรงเรียนเป็นสระใหญ่ผ่านที่เผาศพ แล้วผมก็ลงไปที่สระล้างทำความสะอาด

ทันใดนั้นเองหางตาผมเห็นอะไรขาวข้างหลัง แต่ผมมองไปก็ไม่เห็นมีอะไร ผมก็ล้างความสะอาดต่อแล้วผมก็ได้ยินเสียงคุ้นๆหู โอมทำอะไรหรอ ผมก็มองไปที่ต้นเสียงมองไปทางป่าช้า ก็ไม่เห็นมีอะไร

พอหันกลับมาจะๆ อาๆๆๆช่วยด้วยผีหลอก หวอๆ ผมก็เลยวิ่งขึ้นสระใส่เกียร์ หมา วิ่งเร็วแบบไม่เคยวิ่งเร็วขนาดนี้มาก่อน ฮือๆ ผมตกใจมาก ผมเห็นผีพี่สีใน สระน้ำยิ้มให้ผมอยู่ แล้วผมก็มาเล่าให้เพื่อนฟังไม่มีใครเชื่อเพื่อนมันบอกว่าใหนไปดูสิ ผมไม่กล้าพาไปแต่เพื่อนผมอยากไปดูแต่ไป6คนเห็นเยอะเลยกล้าไปพอไปก็ไม่เห้น แล้ว แต่ ผมก็พูดเองว่าพี่หลอกเพื่อนวิ่งหนีกันอุดตลุด

เรื่องผีพี่สียังไม่จบแค่นี้ ยังมีให้หลอนอีกเยอะเดี่ยวจะเอามาเล่าให้ฟังทีหลังเรื่องหน้าหลอนโครตๆ หลอกกันกระจุ่ย หลังจากผ่านไป3เดือน พ่อพี่สีก็สินใจตายเพราะอาลัยในลูกสาวเสียใจมากไม่กินข้าวกินปลา พลัมแต่พูดลูกเอ่ยเดี่ยวพ่อจะไปอยู่กับลูกน่ะ 




ที่มาจาก  http://www.shockfmclub.com